ซื้อบ้านและที่ดินโดยใส่ชื่อหญิงไทย(3)

มีชาวต่างชาติจำนวนมากที่ซื้อบ้านและที่ดินโดยใส่ชื่อผู้หญิงไทย จากนั้นก็ให้หญิงจดทะเบียนการเช่าให้แก่ตนเองหรือบางรายก็ไม่ได้จดทะเบียนการเช่า โดยคนต่างชาติได้นำโฉนดที่ดินมาเก็บไว้เอง ซึ่งบางรายก็เก็บใส่เซฟไว้เป็นอย่างดี โดยคิดว่าการนำโฉนดมาเก็บไว้กับตนเองจะเป็นการปลอดภัยที่สุดเพราะไม่มีใครจะเอาไปทำอะไรได้ กรณีแบบนี้มีอยู่มากมายในพัทยา และผลก็คือ ผุ้หญิงไทยยังสามารถนำบ้านและที่ดินไปขายให้แก่บุคคลอื่นได้ และคนซื้อก็มาฟ้องขับไล่คนต่างชาติให้ออกไปจากบ้านและที่ดินรวมถึงเรียกค่าเสียหายเพราะไม่สามารถนำบ้านและที่ดินออกไปให้คนอื่นเช่าได้ โดยคิดค่าเสียหายเป็นรายเดือนนับแต่วันที่แจ้งให้คนต่างชาติออกไปจากบ้านจนกว่าคนต่างชาติจะออกไป
กรณีดังกล่าวนี้ ได้สร้างความสงสัยให้แก่ชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก เพราะตนเองเป็นคนเก็บโฉนดที่ดินไว้เอง และเมื่อไปตรวจดูก็ยังอยู่ในตู้เซฟอย่างดี ผู้เขียนจึงนำเรื่องเหล่านี้มาเขียนถึงวิธีการที่หญิงไทยสามารถนำบ้านและที่ดินออกไปขายให้แก่บุคคลอื่นได้ ซึ่งวิธีการที่ทำกัน ก็คือ การที่หญิงไทยนำสำเนาโฉนดไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าต้นฉบับโฉนดที่ดินของตนเองสูญหายไป จากนั้นก็นำหลักฐานการแจ้งความไปที่สำนักงานที่ดิน เพื่อยื่นเรื่องขอออกต้นฉบับโฉนดที่ดินใหม่ โดยหาพยานไปลงชื่อรับรองอีก 2 คน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะสามารถหาเพื่อนหรือญาติของตนเองไปลงชื่อรับรองให้ หลังจากนั้นจะใช้เวลาประมาณไม่เกิน 2-3 เดือน ก็สามารถรับโฉนดใหม่ได้ เพียงเท่านี้ หญิงไทยก็นำโฉนดใหม่ไปจดทะเบียนขายให้แก่บุคคลอื่นได้ และหากถามว่า เหตุใดจึงมีคนซื้อบ้านและที่ดินทั้งๆที่มีคนเช่าอยู่ คำตอบง่ายมาก คือ ได้มีการขายให้ในราคาถูกมากนั่นเอง เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าวิธีการที่คนต่างชาตินำโฉนดไปเก็บไว้นั้น ไม่ใช่วิธีป้องกันที่ดีที่สุดะมีความเสี่ยงมากเช่นเดียวกัน

Posted in Uncategorized | Tagged | ใส่ความเห็น

ฝรั่งซื้อบ้านและที่ดินโดยใส่ชื่อผู้หญิงไทยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์

            เนื่องจากตามกฏหมายที่ดินของประเทศไทยเรานั้นได้กำหนดห้ามชาวต่างชาติซื้อที่ดินเป็นของตนเอง เหตุนี้ จึงมีการหลีกเลี่ยงข้อกำหนดของกฏหมายในเรื่องนี้ โดยวิธีการหนึ่งที่พวกฝรั่งทำกัน ก็คือ การซื้อที่ดินและบ้านแล้วใส่ชื่อของผู้หญิงไทยที่ตนคบหาอยู่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แทน ซึ่งหญิงไทยทั้งหลายมีจำนวนมากที่มาจากหญิงบาร์ที่เราเห็นกันที่พัทยา ช่วงแรกความรักหวานชื่นก้อไม่มีปัญหาอะไรหรือบางทีหญิงบางคนก้อเป็นประเภทหลอกให้ฝรั่งใส่ชื่อตน ปัญหาที่เกิดก้อคือ ผู้หญิงได้ไล่ฝรั่งออกแล้วตนเองเข้าครอบครองเอง เรื่องจึงมาถึงการฟ้องเป็นคดีกันขึ้น.
กรณีเหล่านี้ ถามว่าฝรั่งจะสามารถฟ้องร้องเรียกบ้านและที่ดินกลับคืนมาเป็นของตนได้หรือไม่. เพราะอย่างที่กล่าวตอนต้นแล้วว่า ฝรั่งไม่สามารถเป็นเจ้าของที่ดินได้ คำตอบคือ สามารถฟ้องได้แต่ไม่ใช่ฟ้องเรียกให้ฝ่ายหญิงโอนกรรมสิทธิ์กลับคืนมา แต่เป็นการฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนการซื้อขายบ้านและที่ดินนั้นว่าเป็นโมฆะเพราะเป็นการผิดกฏหมายที่ห้ามชาวต่างชาติเป็นเจ้าของที่ดินในเมืองไทย แล้วให้ทำการขายทอดตลาดที่ดินและบ้าน เพื่อนำเงินที่ได้กลับมาเป็นของฝรั่ง เรื่องเหล่านี้ มีทนายบางท่านไปฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้หญิงไทยโอนบ้านและที่ดินคืนฝรั่ง หรือบางท่านขอให้ศาลพิพากษาให้หญิงไทยโอนกรรมสิทธิ์ให้กับบริษัทที่ฝรั่งจดทะเบียนขึ้นมาใหม่ ผลก็คือแพ้ทันที จึงเป็นข้อที่นักกฏหมายทั้งหลายพึงระวังให้ดี
                  คำถามมีต่อไปว่า แล้วเราจะแสดงให้ศาลเห็นได้อย่างไร ว่าฝรั่งเป็นคนซื้อจริงๆ เรื่องนี้ เราต้องนำหลักฐานการโอนเงินจากประเทศบ้านเกิดของฝรั่งประกอบกับบัญชีเมืองไทยที่โอนเงินเข้ามาแสดง และต้องนำหลักฐานอื่นๆรวมถึงพยานบุคคลมาสืบให้ศาลเห็น แล้วก็ต้องทำลายความเชื่อถือทางด้านการเงินของหญิง เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นมากมายตามเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เช่น พัทยา สมุย และก้อยังคงเกิดต่อไปเรื่อยๆไม่มี่ที่สิ้นสุด แต่ฝรั่งเองก้อมีกาีพัฒนาวิธีการขึ้นมาอีกมากมาย โดยไม่พึ่งพาการใส่ชื่อหญิงไทยให้ต้องเกิดความเสี่ยง ซึ่งจะมาเล่าสู่กันฟังในคราวหน้า

Posted in Uncategorized | Tagged | ใส่ความเห็น

รายชื่อชาว Twitter ผู้ร่วมบริจาคซื้อเรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ภาพเรือที่เพื่อนๆ พี่ๆและน้องๆชาว Twitter ร่วมแรงร่วมใจกันบริจาคผ่าน @UnseenPattaya  รวมทั้งหมดได้ จำนวน ๒๕ ลำ โดยมีการกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ดังนี้

  • วันที่ ๒๓ ต.ค. ๕๓ เรือ ๕  ลำแรกน้องอาสา @tutuamy มารับและขนส่งไปจังหวัดสระบุรี และอีก ๕ ลำ ได้ว่าจ้างให้บรรทุกขึ้นไปส่งที่จังหวัดโคราชซึ่งมี @GzzGrace เพื่อนทวิตเตอร์ชาวโคราชและกำลังประสบภัยอยู่ ทำหน้าที่ประสานรับมอบเรือและนำไปใช้งานในพื้นที่ต่อไป
  • วันที่ ๒๔ ต.ค. ๕๓ เรือจำนวน ๑๐ ลำได้ว่าจ้างให้ขนส่งไปที่จังหวัดโคราช โดยมี   @GzzGraceเป็นผู้ประสานงานรับมอบและกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ดังนี้ เรือ ๓ ลำไปที่ อบต.ลำมูล จ.โคราช, เรือ ๕ ลำไปที่ อบต.ชุมพวง จ.โคราช เรือ ๒ ลำไปที่ อปพร. จ.โคราช
  • วันที่ ๒๕ ต.ค. ๕๓  เรือจำนวน  ๕ ลำไปที่ อบต. หนองหลัก จ.โคราช
  • หมายเหตุ : คุณจักรกฤษณ์ สุวรรณสาร นอกจากจะได้บริจาคเงิน จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว ยังได้ร่วมบริจาคเรือต่างหากอีก ๒๐ ลำ เพื่อให้นำไปส่งมอบผ่านช่อง ๙ อสมท. โดย @UnseenPattaya ได้ประสานงานกับ @Sresuda และนำไปมอบให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขอขอบพระคุณน้ำใจพี่น้องชาว Twitter ที่ร่วมกันบริจาคกำลังทรัพย์ครับ

รายชื่อผู้บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ผ่านทาง Twitter กับ @UnseenPattaya

  1. @pimoooo                                4,000.00
  2. @nnok & Pound                      1,000.00
  3. @PattayaWay                            500.00
  4. @UnseenPattaya                       500.00
  5. @Super_Kul                               500.00
  6. @p_horn_                                 1,000.00
  7. @ple_cool                                     500.00
  8. @sshamp                                      500.00
  9. @thaioil                                         500.00
  10. @dc_danai                                 4,000.00
  11. @yodcream                                   500.00
  12. ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม                        1,000.00
  13. @wsombat                                     500.00
  14. @P_jar                                       10,001.11
  15. @RioDaddy                                    500.00
  16. @kengcoffee3                                500.00
  17. @OKisOK                                    4,000.00
  18. @Frappae                                   1,000.00
  19. @oxmu                                        5,000.00
  20. @ewsudsiri                                 2,000.00
  21. @Peera_Classic                             500.00
  22. @aobi_aobi                                  1,010.00
  23. @sengja_63                                    500.00
  24. @somchen                                   1,000.00
  25. @jakkrith                                    1,000.00
  26. ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม                        1,000.00
  27. คุณจักรกฤษณ์ สุวรรณสาร             100,000.00
  28. @chaloemponn                           3,000.00
  29. @narongwas                                   500.00
  30. @ipoj5202                                   1,000.00
  31. @eternalml2010                        3,000.00
  32. ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม                         1,000.00
  33. @dc_danai                                   4,000.00
  34. @minichariie                                   500.00
  35. Khun Kung (Facebook)                  500.00
  36. คุณอรพรรณ ชมดี (Facebook)             500.00
  37. @Katai_Thanita                           1,000.00
  38. ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม                           4,000.00
  39. คุณติ๊ก ธัญญรัตน์ (Facebook)               500.00
  40. คุณปู เพื่อน @nnok                              500.00
  41. @PatSonic & @DaoSonic              1,000.00

ยอดรวมบริจาค 164,511.11 บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นสี่พันห้าร้อยสิบเอ็ดบาทสิบเอ็ดสตางค์)

รายละเอียดการรับ-จ่าย

รายละเอียดรายรับ-รายจ่าย

รับ จ่าย

คงเหลือ

จำนวนเงินที่ได้รับโอน ฿164,511.11   ฿164,211.11
เรือ 10 ลำ x 3700 บาท   ฿37,000.00 ฿127,211.11
ค่าขนส่งเรือไปโคราช   ฿4,500.00 ฿122,711.11
โอนเงินค่าอาหารให้อาสา @tutuamy และทหาร   ฿1,500.00 ฿121,211.11
เรือ 10 ลำ x 3700 บาท   ฿37,000.00 ฿84,211.11
เหล่ากาชาด จังหวัดชัยภูมิ   ฿10,000.00 ฿74,211.11
อบต.ลำมูล   ฿15,000.00 ฿59,211.11
อบต.ชุมพวง   ฿20,000.00 ฿39,211.11
ค่าขนส่งเรือไปโคราช   ฿3,500.00 ฿35,711.11
โอนช่วย @tar_kotloh ผ่านทาง @iPattt   ฿10,000.00 ฿25,711.11
ค่าขนส่งเรือไปโคราช / อยุธยา   ฿4,000.00 ฿21,711.11
เรือ 6 ลำ x 3700 บาท   ฿22,200.00 -฿188.89

รวม

฿164,511.11 ฿164,700.00 -฿188.89

เนื่องจากว่าทาง @UnseenPattaya ได้ปิดรับบริจาคมาตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2553 แต่ยังได้รับเงินบริจาคเข้ามาอีก 2 ครั้งดังนี้

  1. วันที่ 26 ต.ค. จาก @imboon จำนวน 1,000 บาท
  2. วันที่ 1 พ.ย. จาก @9phu ในนาม ThaiCA และพ่อค้าแม่ค้าถนนคนเดินเชียงใหม่โซน 5 อีกจำนวน 4,200 บาท

รวมเป็นเงินบริจาคเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั้งสิ้น 5,200 บาท ทางนกจึงขอโอนเงินเพื่อช่วยฟื้นฟูชาวบ้านที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมทั้งที่โคราชและจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งจะเป็นในการซื้อรองเท้าบู๊ทสำหรับชาวบ้านที่ยังมีน้ำท่วมขัง รวมไปถึงรวบรวมกับเงินจากทางบริษัทฯของนกและเพื่อนบางท่านเพื่อซื้อผ้าห่ม เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับชาวบ้านที่กำลังประสบปัญหากับสภาพอากาศที่หนาวเย็นค่ะ

ทั้งนี้ เมื่อทางโคราช ผ่านทางการประสานงานกับ @GzzGrace ทำการบริจาครองเท้าบู๊ทและผ้าห่ม จะทำการลงรูปเพิ่มเติมเพื่อให้เพื่อนๆได้ติดตามนะคะ  ขอบคุณและอนุโมทนาในความใจดีของทุกท่านอีกครั้งค่ะ

Posted in Uncategorized | Tagged | 3 ความเห็น

ความผิดทางอาญาจากการ Tweet, RT หรือ การ Post ใน FB

เป็นที่ยอมรับกันดีว่า Social Network อย่าง Twitter และ FB นั้นได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง มีผู้คนมากมายเข้ามาในสังคมออนไลน์แห่งนี้ และแน่นอนว่า เมื่อมีสังคมหรือชุมชนเกิดขึ้น ก็อาจมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง จนนำไปสู่การ Tweet หรือ Post โต้เถียงและตอบโต้กันไปมา หรือบางครั้งอาจมีการ Tweet หรือ Post พาดพิงถึงบุคคลอื่นในทำนองเสียดสี หรือมีการ Tweet หรือ Post โดยใส่ลิงค์ เพื่อให้เข้าไปอ่านบทความ ฟังคลิปเสียงหรือภาพใดๆที่เกี่ยวกับเรื่องราวของบุคคลอื่นในทำนองที่เป็นเรื่องลับๆ เรื่องที่ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ถูกพาดพิงถึงนั้นๆ เป็นต้น
บทความนี้ จึงมีความมุ่งหมายที่จะพยายามนำความรู้เกี่ยวกับกฎหมายมาอธิบายให้เป็นแบบง่ายๆ เพื่อให้ผู้เข้ามาอ่านได้มีความรู้และเข้าใจในกรอบของกฎหมาย โดยจะอธิบายเป็น 2 หัวข้อ ได้แก่
หัวข้อแรก กฎหมายที่เกี่ยวข้องและคำอธิบาย
หัวข้อที่สอง การ Tweet, RT หรือ Post ที่ผิดต่อกฏหมาย
อธิบายหัวข้อแรก
เริ่มตรงที่ ความมุ่งหมายของกฎหมายกันก่อน คือ เมื่อมีสังคม ก็ต้องมีกฎหมายมาควบคุมสังคมให้อยู่กันด้วยความสงบเรียบร้อย กฎหมายจึงเป็นเครื่องมือที่คนกำหนดกันขึ้น โดยดูกันว่า เรื่องใดควรทำเรื่องใดไม่ควรทำ แล้วก็มาเขียนกำหนดกันไปให้ทุกคนปฏิบัติ และหนึ่งในหลายเรื่อง ก็คือ เรื่องการห้ามไปพูด เขียน หรือง่ายๆคือกระจายข่าวเกี่ยวกับเรื่องของชาวบ้านในทางที่เสียหาย ในทางที่ไม่ดี เป็นต้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ กฎหมายเรียกว่า “การหมิ่นประมาท” เพราะฉะนั้น ความมุ่งหมายของกฎหมายในเรื่องนี้ ก็คือ ไม่ให้ไปใส่ความเรื่องของคนอื่นในทางที่ไม่ดีเสียหายแก่คนอื่นนั่นเอง จึงมีหลักกฎหมายวางไว้ว่า “ยิ่งพูดเรื่องจริงยิ่งหมิ่นประมาท”(เว้นแต่เรื่องจริงนั้นเป็นประโยชน์แก่ประชาชน) เห็นได้ชัดนะครับ กฎหมายคุ้มครองสิทธิของแต่ละคน โดยไม่ต้องการให้คนในสังคมพูดจาให้ร้ายกันในทางไม่ดีในทางที่เสียหายแก่คนอื่น แม้ว่าเรื่องที่พูดนั้นจะจริงก็ตาม
กฎหมายหมิ่นประมาทบอกต่อไปว่า จะต้องมีคนเกี่ยวข้องอยู่ 3 ฝ่าย คือ ผู้ใส่ความ ผู้ถูกใส่ความ และบุคคลที่สาม ต้องครบนะครับ ไม่ครบไม่ผิด อย่างเช่น เฮียห่อ พูดกับนักข่าวว่านางสาวแอ่นแน่ เป็นชู้กับคนหลายคน อย่างนี้ตัวละครครบสามฝ่ายครับ คือเฮียห่อผู้ใส่ความ นางสาวแอ่นแน่ผู้ถูกใส่ความ และนักข่าวซึ่งเป็นบุคคลที่สาม แต่ถ้า นายสนธิ คิ้มพูดกับกลุ่มคนที่มาฟังปราศรัยว่า รัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลนี้มันขี้โกง อันนี้ไม่ครบครับ เพราะมีนายสนธิผู้ใส่ความ มีบุคคลที่สามคือผู้ฟัง แต่ไม่มีผู้ถูกใส่ความครับ เพราะคำว่ารัฐมนตรีบางคน ฟังไม่เข้าใจได้ว่ากล่าวถึงใครโดยเฉพาะนั่นเอง
ทีนี้ ถ้าตัวละครครบ ก็ต้องมีการเชื่อมโยงของตัวละคร คือ “การใส่ความ” โดยถ้อยคำของกฎหมายคำนี้ อธิบายแบบชาวบ้าน เข้าใจง่ายๆ คือ เป็นการพูด การเขียน เป็นต้น (ในความหมายของกฎหมาย ยังรวมไปถึงการวาดภาพ การแสดงท่าทาง) แน่นอนครับว่า การไปพูดหรือเขียนถึงคนอื่นนั้นมันจะผิดได้ ก็ต้องเป็นเรื่องที่อาจจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง หรือถูกสังคมดูหมิ่น เกลียดชัง และจากแนวปฏิบัติของศาลฏีกาบ้านเรา ได้วางหลักไว้แบบรวมๆว่า การใส่ความที่ผิดกฏหมายนั้นมีอยู่ 4 แบบ คือ
(๑). ใส่ความเกี่ยวกับความประพฤติเสื่อมเสียทางประเวณี เช่น นางสาวแอ่นแน่ไม่ใช่แค่มีอะไรกับนายฟรีคนเดียว แต่ยังเป็นชู้กับคนหลายคน
(๒). ใส่ความเรื่องความประพฤติชั่วหรือทุจริต เช่น กล่าวหาว่าเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวง
(๓). ใส่ความเกี่ยวกับหน้าที่การงาน เช่น เป็นตำรวจทุจริตโกงกิน
(๔). ใส่ความถึงความไม่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น ออกเช็คเด้ง เป็นหนี้มากมาย
ทีนี้ การหมิ่นประมาทจะมีโทษหนักขึ้น ถ้าเราไปใส่ความด้วยวิธีบางอย่าง เช่น การโฆษณาทางวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ รวมความแล้ว คือ เป็นการกระทำใดๆที่ให้เรื่องราวมันแพร่หลายไปยังบุคคลภายนอกในลักษณะวงกว้าง
สรุป หลักกฎหมายในเรื่องนี้ ก็มีแค่นี้ละครับง่ายๆ คือ “ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษ……” และจะได้รับโทษหนักขึ้นหากไปทำให้แพร่หลายออกไปในวงกว้าง

หัวข้อที่สอง การ Tweet, RT หรือการ Post ที่ผิดต่อกฎหมาย
ตามที่กล่าวไปแล้วว่า หมิ่นประมาทต้องมีตัวละครก่อน ซึ่งใน Twitter หรือFacebook ก็จะมีชื่อหรือ Username ที่ผู้เล่นไปลงทะเบียนไว้ เช่น @Pattayawayและ Pattayaway ซึ่งเป็น Username ของผู้เขียนในTwitter และ Facebook ชื่อดังกล่าวจึงเป็นชื่อแทนตัวตนของผู้เล่น การ Tweet, RT หรือ Post ผ่านชื่อดังกล่าว ก็อยู่ในลักษณะการเขียนของเราเอง ทีนี้ ถ้าเราเขียนถ้อยคำใน 140 ตัวอักษรที่อาจทำให้คนอื่นเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือเป็นที่ดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง หรือ Post ข้อความลงไปใน Facebook ก็จะเข้าลักษณะการใส่ความตามที่กล่าวไปแล้ว ซึ่งคนอื่นที่เราเขียนถึงนั้น ไม่จำเป็นว่าจะเป็นคนใน Twitter หรือ Facebook หรือไม่ สำคัญคือ ถ้าเราได้มีการระบุชื่อของผู้นั้นหรือระบุถึง Account คนนั้นอย่างชัดเจน ก็จะมีตัวละครเพิ่มมาอีกสอง คือ ผู้ถูกใส่ความ และบุคคลที่สามซึ่งก็คือคนที่อยู่ใน Time Line ในขณะนั้นนั่นเอง และโดยที่ Twitter และ Facebook เป็นสื่อออนไลน์มันเป็นสื่อทางอินเตอร์เน็ตที่เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายสังคม ด้วยเหตุนี้ การเขียนข้อความลงในสื่อ Twitter และ Facebook จึงเป็นการกระทำที่ให้เรื่องราวมันแพร่หลายไปยังบุคคลภายนอกในลักษณะวงกว้าง เข้าข่ายทำให้โทษหนักขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ ถ้าเราไปทำการ RT หรือ Share ถ้อยคำของผู้ที่ใส่ความผู้อื่น ก็จะทำให้มีความผิดตามไปด้วย
นอกจากนี้แล้ว การที่เรา Tweet โดยใส่ลิงค์บทความ ภาพหรือเสียง อาทิเช่น คลิปเสียงพูดจาทางโทรศัพท์ของดาราสาวและสามีที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ กรณีเช่นนี้ เข้าข่ายกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทได้นะครับ
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับ คือว่า มันสนุกดีนะครับเวลาตามอ่านเรื่องพรรค์นี้ 555 ขอบคุณมากครับที่สละเวลาเข้ามาอ่านกัน โอกาสหน้า ว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับ ลิขสิทธิ์ของบทความใน Blog ให้อ่านกันนะครับ

Posted in Uncategorized | Tagged , | 8 ความเห็น

หน้าที่ของนิติบุคคลอาคารชุด(3): เก็บรักษาเอกสารพร้อมที่จะให้ตรวจสอบ

มาตรา 38/3
ให้นิติบุคคลอาคารชุด เก็บรักษารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานและงบดุล พร้อมทั้งข้อบังคับไว้ที่สำนักงานของนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าของร่วมตรวจดูได้
รายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานและงบดุลตามวรรคหนึ่ง ให้นิติบุคคลอาคารชุดเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปีนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม
นิติบุคคลอาคารชุด มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องเก็บรักษาเอกสารสำคัญไว้ ณ สำนักงานของนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อให้เจ้าของร่วมตรวจดูได้ตลอดเวลา ดังนี้
1. เก็บรักษารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานตามมาตรา 38/2
2. เก็บรักษางบดุลประจำปีตามมาตรา 38/1
3. เก็บรักษาข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดตามมาตรา 32
เฉพาะรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานและงบดุลตามที่กล่าวมาแล้วนั้น นิติบุคคลอาคารชุดต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม
อ่านบทความภาษาอังกฤษได้ที่ www.CondoInPattaya.com [Tips on Buying Condo In Pattaya]

Posted in Uncategorized | Tagged | ใส่ความเห็น

หน้าที่ของนิติบุคคลอาคารชุด(2) : นิติบุคคลต้องทำรายงานประจำปี

มาตรา๓๘/๒ ให้นิติบุคคลอาคารชุดจัดทำรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานเสนอต่อที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมพร้อมกับการเสนองบดุลและให้ส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวให้แก่เจ้าของร่วมก่อนวันนัดประชุมใหญ่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
นอกจากจะต้องทำงบดุลตามที่กล่าวมาแล้วในมาตรา 38/1 นิติบุคคลอาคารชุดยังต้องจัดทำรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงาน กล่าวคือ เป็นรายงานที่แสดงว่าได้ทำผลงานอะไรไปบ้างในรอบปี เช่น ทาสีอาคารใหม่ ซ่อมหรือปรับปรุงลิฟต์ เป็นต้น เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมได้รับทราบ โดยจะต้องส่งสำเนาเอกสารรายงานประจำปีดังกล่าวให้แก่เจ้าของร่วมทุกห้องก่อนวันนัดประชุมใหญ่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน
นิติบุคคลใดไม่จัดทำรายงานประจำปีดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ของเจ้าของร่วมก็ดี ไม่ส่งสำเนาเอกสารรายงานประจำปีให้แก่เจ้าของร่วมก็ดี จะมีความผิดทางอาญา และในกรณีนี้กฎหมายถือว่า ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดต้องร่วมกันรับผิดด้วย

ท่านใดสนใจจะอ่านบทความภาษาอังกฤษ ติดตามได้ที่ www.CondoInPattaya.com

Posted in Uncategorized | Tagged | ใส่ความเห็น

หน้าที่ของนิติบุคคลอาคารชุด(1) : นิติบุคคลอาคารชุดต้องจัดทำงบดุลทุกรอบปี

กฏหมายอาคารชุด ได้กำหนดเกี่ยวกับหน้าที่ต่างๆของนิติบุคคลอาคารชุดไว้ ดังนี้
(1) หน้าที่ต้องจัดทำงบดุทุกรอบปี
มาตรา 38/1
ให้นิติบุคคลอาคารชุดจัดทำงบดุลอย่างน้อยหนึ่งครั้งทุกรอบสิบสองเดือนโดยให้ถือว่าเป็นรอบปีในทางบัญชีของนิติบุคคลอาคารชุดนั้น
งบดุลตามวรรคหนึ่งต้องมีรายการแสดงจำนวนสินทรัพย์และหนี้สินของนิติบุคคลอาคารชุดกับทั้งบัญชีรายรับรายจ่ายและต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีตรวงสอบแล้วนำเสนอเพื่ออนุมัติในที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่สิ้นปีทางบัญชี

เนื่องจาก นิติบุคคลอาคารชุดเป็นนิติบุคคลประเภทหนึ่งและมีรายรับ-รายจ่ายเพราะเป็นผู้บริหารดูแลจัดการทรัพย์สินส่วนกลางของอาคารชุดแห่งนั้น ดังนั้น กฎหมายจึงบังคับว่านิติบุคคลอาคารชุดจะต้องจัดทำงบดุลประจำปีอย่างน้อย 1 ครั้งทุกรอบ 12 เดือน
งบดุลของนิติบุคคลอาคารชุดต้องมีรายการดังต่อไปนี้
1. รายการแสดงจำนวนสินทรัพย์และหนี้สินของนิติบุคคลอาคารชุด
2. รายการบัญชีรายรับรายจ่ายของนิติบุคคลอาคารชุด
3. ต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีตรวจสอบงบดุลดังกล่าว
นิติบุคคลอาคารชุดแห่งใดไม่ดำเนินการจัดทำงบดุลตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ก็จะเป็นความผิดทางอาญา และผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดจะต้องร่วมกันรับผิดด้วย

หากผู้อ่านท่านใดสนใจอ่านบทความภาคภาษาอังกฤษ ติดตามได้ที่ www.CondoInPattaya.com

Posted in Uncategorized | Tagged | ใส่ความเห็น